การพัฒนาคู่มือปฏิบัติงานหลัก (SOP) การแนะแนวการศึกษาเชิงรุกเพื่อส่งเสริมการตัดสินใจเข้าศึกษาต่อ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช: จากงานประจำสู่งานวิจัย (R2R)

Authors

  • ฐปกร รัศมี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช 80280

DOI:

https://doi.org/10.48048/tr2r.2026.72

Keywords:

การแนะแนวการศึกษาต่อ, การแนะแนวเชิงรุก, คู่มือปฏิบัติงานหลัก, งานประจำสู่งานวิจัย (R2R), ประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน

Abstract

การแนะแนวการศึกษาต่อถือเป็นภารกิจเชิงรุกที่สำคัญยิ่งในการสรรหาและคัดเลือกนักศึกษาที่มีคุณภาพเข้าสู่ระดับอุดมศึกษา อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานแนะแนวทางรูปแบบเดิมมักประสบปัญหาการขาดแนวปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานและการพึ่งพาประสบการณ์เฉพาะบุคคลหรือความรู้ฝังลึกในตัวบุคคล (Tacit Knowledge) ซึ่งส่งผลต่อความต่อเนื่องและประสิทธิภาพของการสื่อสารข้อมูลหลักสูตร การศึกษาวิจัยเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ประยุกต์ใช้แนวคิดการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย (Routine to Research: R2R) ร่วมกับกรอบแนวคิด One-Sheet R2R Proposal เพื่อเปลี่ยนผ่านกระบวนงานปกติสู่ระบบบริการเชิงรุก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัญหาและพัฒนากระบวนการแนะแนวเชิงรุกให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นด้านการลดระยะเวลาและการจัดการข้อมูล 2) จัดทำคู่มือปฏิบัติงานหลัก (Standard Operating Procedure: SOP) และ 3) ประเมินผลลัพธ์ของรูปแบบแนะแนวใหม่ต่อความมั่นใจในการตัดสินใจเลือกสาขาเรียนและความพึงพอใจต่อระบบบริการของนักเรียน การวิจัยแบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ การสังเกตกิจวัตร การสะท้อนและวิเคราะห์ปัญหา และการพัฒนาทดลองใช้กระบวนงานใหม่ 8 ขั้นตอน กลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในจังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 150 ราย ซึ่งผ่านการคัดเลือกแบบเจาะจงเข้าร่วมกิจกรรมแนะแนวเชิงรุกที่บูรณาการระบบสำรวจความสนใจออนไลน์ กิจกรรมกลุ่มย่อย และการปรึกษาเฉพาะบุคคล เครื่องมือประเมินผล ได้แก่ แบบประเมินความมั่นใจในการตัดสินใจศึกษาต่อ (ค่าความเชื่อมั่นแอลฟาเท่ากับ 0.89) และแบบประเมินความพึงพอใจต่อระบบบริการ (ค่าความเชื่อมั่นแอลฟาเท่ากับ 0.91) วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสถิติเปรียบเทียบ Paired-samples t-test ร่วมกับการคำนวณค่าขนาดอิทธิพล (Cohen’s d) ผลการศึกษาพบว่า ภายหลังเข้าร่วมกิจกรรมตามคู่มือปฏิบัติงานหลัก (SOP) ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยในการประสานงานลดลงร้อยละ 45 และระบบจัดการฐานข้อมูลมีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างเป็นระบบ นักเรียนกลุ่มตัวอย่างมีคะแนนเฉลี่ยความมั่นใจในการตัดสินใจเลือกศึกษาต่อสูงขึ้นกว่าก่อนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t(149) = 11.24, p < 0.001) โดยมีค่าขนาดอิทธิพลสูงมาก (Cohen’s d = 3.48) และมีระดับความพึงพอใจต่อระบบบริการอยู่ในระดับมากที่สุด (M = 4.62, SD = 0.41) โดยร้อยละ 85 ของนักเรียนระบุว่าสามารถสะท้อนเหตุผลและทิศทางอาชีพได้อย่างเป็นระบบ ผลการศึกษาครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าการเปลี่ยนข้อจำกัดและความซับซ้อนในกระบวนงานประจำให้เป็นโจทย์วิจัยเชิงระบบ ช่วยยกระดับการจัดการความรู้และลดความไม่เป็นระเบียบในการส่งต่อความรู้ระหว่างบุคลากรสายสนับสนุนได้อย่างเป็นรูปธรรม

Downloads

Download data is not yet available.

References

จรงค์ศักดิ์ พุมนวน. (2562). การสร้างแรงบันดาลใจเพื่อการพัฒนางานประจำของบุคลากรสายสนับสนุนในสถาบันอุดมศึกษา. Mahidol R2R e-Journal, 6(1), 1-13.

จรงค์ศักดิ์ พุมนวน. (2568). One-Sheet R2R Proposal: แผนที่สำหรับการพัฒนางานประจำอย่างเป็นระบบ. Trends in Routine to Research, 1(2), 15.

จรงค์ศักดิ์ พุมนวน. (2569). เปลี่ยนเสียงบ่นให้เป็นโจทย์วิจัย. Trends in Routine to Research, 1(3), 16.

วิจารณ์ พานิช. (2551). R2R: Routine to Research สยบงานจำเจด้วยการวิจัยสู่โลกใหม่ของงานประจำ (พิมพ์ครั้งที่ 1). นนทบุรี: สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ. (2552). การจัดทำคู่มือปฏิบัติงาน (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ.

Bandura, A. (1997). Self-efficacy: The exercise of control. United state: W. H. Freeman and Company.

Geurts, E. M. A., Reijs, R. P., Leenders, H. H. M., Jansen, M. W. J., & Hoebe, C. J. P. A. (2023). Co-creation and decision-making with students about teaching and learning: A systematic literature review. Journal of Educational Change, 25, 103-125.

Hughes, K. L., & Karp, M. M. (2004). School-based career development: A synthesis of the literature. New York: Institute on Education and the Economy, Teachers College, Columbia University.

Liu, X., Mei, X., & Ji, G. (2024). Walking with Dreams: The categories of career decision-making self-efficacy and its influence on learning engagement of senior high school students. Behavioral Sciences, 14(12), 1174.

Nonaka, I., & Takeuchi, H. (1995). The knowledge-creating company: How Japanese companies create the dynamics of innovation. United Kingdom: Oxford University Press.

Polit, D. F., & Beck, C. T. (2006). The content validity index: Are you sure you know what’s being reported? Critique and recommendations. Research in Nursing & Health, 29(5), 489-497.

Downloads

Published

2026-09-07

How to Cite

รัศมี ฐ. (2026). การพัฒนาคู่มือปฏิบัติงานหลัก (SOP) การแนะแนวการศึกษาเชิงรุกเพื่อส่งเสริมการตัดสินใจเข้าศึกษาต่อ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช: จากงานประจำสู่งานวิจัย (R2R). Trends in Routine to Research, 1(6), 72. https://doi.org/10.48048/tr2r.2026.72