ผลของโปรแกรมการจัดการตนเองต่อพฤติกรรมสุขภาพและระดับความดันโลหิตในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ที่ควบคุมความดันโลหิตไม่ได้ในชุมชน
DOI:
https://doi.org/10.48048/tr2r.2026.63Keywords:
ดัชนีมวลกาย, น้ำหนัก, โปรแกรมการจัดการตนเอง, ระดับความดันโลหิต, โรคเรื้อรัง, รอบเอว, ศูนย์แพทย์ชุมชนAbstract
โรคความดันโลหิตสูงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญทั่วโลก และเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคแทรกซ้อน ภาวะแทรกซ้อนจากความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต วิจัยกึ่งทดลองเป็นแบบกลุ่มเดียววัดก่อนและหลังการทดลอง วัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบค่าคะแนน พฤติกรรมสุขภาพและระดับความดันโลหิตในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ควบคุมความดันโลหิตไม่ได้ กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ควบคุมความดันโลหิตไม่ได้ในศูนย์แพทย์ชุมชนเขตเมือง จำนวน 39 คน เลือกแบบเจาะจง เครื่องมือได้แก่ โปรแกรมการจัดการตนเองซึ่งเน้นการให้ความรู้ การตั้งเป้าหมาย การติดตามตนเอง การประเมินตนเอง และการเสริมแรงตนเอง แบบสอบถามพฤติกรรมสุขภาพ และเครื่องมือวัดความดันโลหิตที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพแล้ว ระยะเวลา 12 สัปดาห์ ตรวจสอบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน ค่าสัมประสิทธิ์อัลฟาคอนบาค 0.80 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติอนุมาน ได้แก่ Paired Sample t-test ผลการวิจัยพบว่า ภายหลังเข้าร่วมโปรแกรม ผู้ป่วยมีคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมสุขภาพสูงกว่าก่อนทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) และค่าเฉลี่ยระดับความดันโลหิตไดแอสโตลิค ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) เมื่อเปรียบเทียบกับก่อนทดลอง แสดงให้เห็นว่าโปรแกรมการจัดการตนเองมีประสิทธิผลในการส่งเสริมความสามารถในการดูแลตนเองและช่วยให้ ผู้ป่วยควบคุมความดันโลหิตได้ดีขึ้นในบริบทชุมชนบุลำดวนเหนือ-ใต้ ผลการศึกษานี้สนับสนุนการนำโปรแกรมการจัดการตนเองไปประยุกต์ใช้ในงานบริการสุขภาพระดับชุมชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมโรคความดันโลหิตสูง และเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาระบบดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
Downloads
References
กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ. (2560). คู่มือการดูแลสุขภาพตามหลัก 3อ.2ส. สำหรับแกนนำสุขภาพ. กรุงเทพฯ: กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ.
ขนิษฐา สารีพล และ ปัทมา สุริต. (2558). ผลของโปรแกรมการจัดการตนเองต่อพฤติกรรมสุขภาพและระดับความดันโลหิตในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ, 33(3), 110-116.
ขนิษฐา สารีพล. (2557). ผลของโปรแกรมการจัดการตนเองต่อพฤติกรรมสุขภาพและระดับความดันโลหิตในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ (วิทยานิพนธ์ ปริญญามหาบัณฑิต). ขอนแก่น:มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
จันทร์เพ็ญ หวานคํา, ชดช้อย วัฒนะ และ ศิริพร ขัมภลิขิต. (2558). ผลของโปรแกรมการจัดการตนเองต่อพฤติกรรมการควบคุมโรคความดันโลหิตสูงและค่าเฉลี่ยความดันหลอดเลือดแดงของผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง. Nursing Journal CMU, 42(1), 49-60.
จารุณี ปลายยอด และ ชีวรัตน์ ต่ายเกิด. (2565). ผลของโปรแกรมการให้คำแนะนำแบบสั้นในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ต่อการควบคุมโรคความดันโลหิตสูง ผู้ที่เป็นความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ โรงพยาบาลอินทร์บุรี. Singburi Hospital Journal, 30(3), 64-75.
วิชัย เทียนถาวร. (2556). ระบบการเฝ้าระวังควบคุม ป้องกัน โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงในประเทศไทย: นโยบายสู่การ การปฏิบัติ. กรุงเทพฯ: กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข.
สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย. (2567). แนวทางการรักษาโรคความดันโลหิตสูงในเวชปฏิบัติทั่วไป พ.ศ. 2567 (พิมพ์ครั้งที่ 1). เชียงใหม่: โรงพิมพ์ทริค ธิงค์.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์. (2569). Health Data Center. สืบค้นจาก https://hdc.moph.go.th/brm/public/standard-reportdetail/b57439ff27302ade8c38d1dd189644a4
สิรญา ธารสถาน. (2557). ผลของโปรแกรมการกำกับตนเองที่ประยุกต์การแพทย์วิถีพุทธต่อพฤติกรรมการดูแล ตนเอง และระดับความดันโลหิตในผู้ที่เสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง (วิทยานิพนธ์ ปริญญามหาบัณฑิต). ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา.
อรุณโรจน์ สิมมา. (2558). ผลของโปรแกรมการดูแลตนเองเพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมองของผู้ป่วย โรคความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ (วิทยานิพนธ์ ปริญญามหาบัณฑิต). มหาสารคาม: มหาวิยาลัยมหาสารคาม.
Kanfer, F. H., & Gaelick-Buys, L. (1991). Self-management methods. USA: American Psychology Association.
Bonwell, C. C., & Eison, J. A. (1991). Active learning: Creating excitement in the classroom (ASHE-ERIC Higher Education Report). Washington DC: George Washington University.