การพัฒนาโปรแกรมทดสอบสมรรถภาพทางกายที่สัมพันธ์กับสุขภาพของนักศึกษา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
DOI:
https://doi.org/10.48048/tr2r.2025.6Keywords:
ความพึงพอใจ, โปรแกรม, การพัฒนา, สมรรถภาพทางกาย, สุขภาพของนักศึกษาAbstract
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบโปรแกรมทดสอบสมรรถภาพทางกายที่สัมพันธ์กับสุขภาพของนักศึกษา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และศึกษาประสิทธิภาพของระบบโปรแกรมทดสอบสมรรถภาพทางกาย มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ จำนวน 10 คน โดยกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาวิจัย คือ ผู้เชี่ยวชาญ และผู้บริหาร พนักงานที่ปฏิบัติงานโครงการทดสอบสมรรถภาพทางกาย และผู้สอน ผู้ช่วยสอนรายวิชากีฬาและนันทนาการ ของศูนย์ส่งเสริมวัฒนธรรมและการกีฬา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย โปรแกรมทดสอบสมรรถภาพทางกาย มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และแบบสอบถามวัดความพึงพอใจของผู้บริหาร พนักงานที่ปฏิบัติงานโครงการทดสอบสมรรถภาพทางกาย และผู้สอน ผู้ช่วยสอนรายวิชากีฬาและนันทนาการ ของศูนย์ส่งเสริมวัฒนธรรมและการกีฬา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัย พบว่าการพัฒนาระบบโปรแกรมทดสอบสมรรถภาพทางกายที่สัมพันธ์กับสุขภาพของนักศึกษา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ด้วยโปรแกรมประยุกต์บนเว็บ (Web application) ด้วยภาษา programming และภาษา PHP ติดต่อกับฐานข้อมูล คือ DBeaver และ MariaDB และประยุกต์ใช้วงจรพัฒนาระบบแบบ SDLC (System Development Life Cycle) มี5 ขั้นตอน ได้แก่ (1) ศึกษาความต้องการ (Requirements) (2) การออกแบบระบบ (Design) (3) การติดตั้งใช้งาน (Implementation) (4) การทดสอบระบบ Verification และ (5) การบํารุงรักษา (Maintenance) ซึ่งระบบที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 5 เมนูหลัก คือ การบริหารโครงการ การทดสอบสมรรถนะ การวิเคราะห์และแปรผล การตัดเกรดผลการศึกษา และการประเมินความพึงพอใจการให้บริการทดสอบสมรรถภาพทางกาย
ความพึงพอใจในการใช้โปรแกรมทดสอบสมรรถภาพทางกายที่สัมพันธ์กับสุขภาพของนักศึกษา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ของผู้เชี่ยวชาญ และผู้ใช้งาน พบว่า โดยภาพรวมระดับมาก มี 2 ด้านที่มีระดับมากที่สุด ได้แก่ ด้านความถูกต้องและทำงานได้ตามหน้าที่ และด้านการทำงานของระบบ ( = 4.53, S.D. = 0.13) ส่วนด้านการเข้าใช้ข้อมูลในระบบ มีความพึงพอใจในระดับมาก ( = 4.17, S.D. = 0.32) และด้านติดต่อกับผู้ใช้ มีความพึงพอใจในระดับมาก ( = 3.96, S.D. = 0.32) ตามลำดับ
Downloads
References
มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ. (2562). คู่มือการทดสอบสมรรถภาพทางกาย (Physical Fitness Testing) สำหรับการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ. ชลบุรี: มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ.
พัชราวดี เดชะ, เวธกา กีรติบำรุงพงศ์ และ จุฑามาศ บัวสอด. (2568). การพัฒนาต้นแบบโปรแกรมประเมินและออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคลสำหรับ โรคออฟฟิศซินโดรม: การศึกษานำร่อง. วารสารกายภาพบำบัด, 47(2), 96-107.
นันทัชพร วีระเสถียร, วิชาญ มะวิญธร. (2568). แบบทดสอบสมรรถภาพทางกายสำหรับนิสิตสาขาวิชาพลศึกษา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. Thai Journal of Health, Physical Education and Recreation, 51(2), 263-273.
อรพิมล กิตติธีรโสภณ, การะเกด หัตถกิจวิไล. (2568). การพัฒนาเครื่องมือทดสอบสมรรถภาพทางกาย ทวิส ฟิตเนส เทส สำหรับนักศึกษา สาขาวิชาพลศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา. วารสารวิทยาศาสตร์การกีฬาและนวัตกรรมสุขภาพ กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งประเทศไทย, 4(3), 26-37
American College of Sports Medicine. (2014). ACSM’s guidelines for exercise testing and prescription. 9th ed. Baltimore: Williams & Wilkins.
Best, J. W., & Kahn, J. V. (1993). Research in education. Boston: Allyn and Bacon.
Hu, X., & Phucharoen, T. (2024). Perspective physical exercise of students’ health and fitness in Xian Physical Education University. International Journal of Sociologies and Anthropologies Science Reviews, 4(3), 155-162.
Jinpon, P., Jaroensutasinee, M., & Jaroensutasinee, K. (2017). Integrated information visualization to support decision-making in order to strengthen communities: Design and usability evaluation. Informatics for Health and Social Care, 42(4), 335-348.
Kamutsi, T., Treeraj, A., Sriwilai, C., & Nabsanit, J. (2015). The physical fitness norms of Thai University Athletes. Journal of Sports Science and Technology, 15(2), 145-158.
Le Roux, D. B. (2008). Expecting the unexpected: Beyond teleological information systems development (Master's thesis). Stellenbosch University, South Africa.
Plagatong, W., Chanapai, W., Srisomnuek, A., & Katchamart, W. (2024). Reliability and feasibility of the eHEALS in Thai patients with rheumatic and autoimmune diseases. Thai Journal of Rheumatology, 1(3), 1-16.